--------- " มุมมองเพื่อความเข้าใจในชีวิต " -----------

1. เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ

2. คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ

3. คนอกหักไม่อาจตัดความโศกเศร้าได้ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเยียวยาความรู้สึกดังกล่าว

4. ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง

5. ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว

6. ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ

7. ก่อนที่จะว่ากล่าวถึงนิสัยไม่ดีของลูกนั้น ให้มองตัวพ่อแม่เองก่อนด้วยว่า เรามีส่วนผลักดันให้เขาเป็นเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า

8. ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ

9. หากต้องอยู่กับคนที่ไม่เกรงใจกันเลย พูดกับเขาให้น้อยลง เล่นกับเขาให้น้อยลง

10. หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง

11. ถ้าเราปล่อยให้โลก เร่งตัวเรา ควบคุมตัวเรา จนเราขาดอิสระภาพ เราก็จะทุกข์ ถ้าเราจะเร่งโลก ควบคุมโลกให้โลกนี้เป็นไปตามความต้องการของเรา เราก็ทุกข์เช่นกัน

12. ความฉลาดอาจหลอกคนได้ ความจริงใจต่างหากที่จะชนะใจคน

13. การให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์มากไป ทำให้เราลืมธรรมชาติ ลืมความเป็นจริงได้ง่าย

14. อารมณ์เป็นตัวกำหนดความคิด ความคิดกำหนดพฤติกรรม หากจะเข้าใจพฤติกรรมของคนให้ถูกต้อง จึงต้องอ่านอารมณ์ให้ออก

15. การมองอะไร ว่าดี ว่าเลว ขึ้นกับว่าอารมณ์ของเราขณะนั้นเป็นอย่างไร

16. ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป

17. อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้น ๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล

18. การพยายามทำอะไรทุกอย่างให้ได้ การสงสัยอะไรทุกเรื่องเป็นความโง่ได้ก็เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ ในโลกนี้มีตั้งหลายเรื่องที่ใช่ว่าเราจะรู้มันได้ง่ายและเรื่องอีกหลายเรื่องก็ไม่จำเป็นที่ต้องตอบให้ได้ด้วย

19. คุณธรรมส่อคุณค่าของมนุษย์มากกว่าความฉลาด

20. อะไรก็ตามแต่แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้น มันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า

21. การขาดความเกรงใจต่อกัน ทำให้เราทะเลาะกันได้ง่าย การมีความเกรงใจต่อกันที่มากเกินไป ก็ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง

22. ใครที่เขากล้าพูดความจริงกับเราออกมา นั่นก็เพราะเขามีความเชื่อมั่นว่าเราจะยอมรับเขาได้

23. การฝึกวินัยให้กับลูกนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นการฝึกวินัยให้กับพ่อแม่ด้วย

24. หากลูกเป็นคนเฉื่อยชา เราคงต้องช่วยกระตุ้นให้กำลังใจ หากลูกเป็นคนเอาจริงเอาจังเกินไป เราคงต้องช่วยสอนให้ลูกได้ปล่อยวางบ้าง กฎเกณฑ์การเลี้ยงลูกของคนๆ หนึ่ง จึงไม่เหมือนของอีกคนๆหนึ่ง

25. เมื่อคิดจะเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ที่มองว่าดี ต้องมองถึงความเป็นจริง ความเป็นไปได้ด้วยเสมอ

26. แต่ละคนมีศักยภาพของตัวเองอยู่แล้ว เราจึงควรต้องให้เกียรติต่อกันบ้าง

27. เมื่อเป็นคนก้าวร้าวคนอื่นไม่เป็น ก็มักจะถูกคนอื่นรุกรานได้ง่ายเช่นกัน

28. ถ้าเราเชื่อเรื่องกรรม การตายก็ไม่ใช่วิธีการหนีปัญหาได้ตลอดไป เนื่องจากกรรมนั้น ๆ ยังไม่ได้ชดใช้ จนหมดวาระในตัวของมันเอง เกิดชาติหน้า กรรมเก่าก็จะติดตัวต่อไปอยู่ดี

29. การมองปัญหาในแง่มุมต่างกัน ในจุดต่างกันจะทำให้เข้าใจปัญหาได้ต่างกัน

30. เราจะให้อภัยตัวเอง กับผู้อื่นได้นั้น เราต้องเข้าใจในตัวเองและผู้อื่นได้ก่อน


31. การแก้ปัญหาทางบุคลิกภาพต้องอาศัยทั้งความจริงใจและการอดทนเป็นอย่างยิ่ง

32. ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นเรื่องที่ดี แต่....ปัจจัยแห่งความสำเร็จนั้นก็หาได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียวไม่

33. เวลาที่พ่อแม่จะสะกิดฝีหนองให้ลูกนั้น พ่อแม่เองก็เจ็บปวดไม่น้อย

34. บางครั้งเราต้องการให้คนอื่นมาเข้าใจเรา มากกว่าที่เราอยากจะเข้าใจตัวเอง นั่นก็เพราะว่า เรายังเป็นมนุษย์ที่ยังมีความอ่อนแออยู่บ้าง

35. เรื่องที่คนเราประทับใจ มักจะลืมเลือนได้ยาก ก็เนื่องจากความประทับใจ ไม่ใช่ความจำนั่นเอง

36. จะมีเราอยู่......................... เขาก็เป็นอย่างนั้น
ไม่มีเราอยู่........................ เขาก็เป็นอย่างนั้น

37. หากเขาคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จริงๆแล้ว เราเป็นได้แค่เพียงตัวกระตุ้นเท่านั้น

38. ถ้าเราเรียนรู้ธรรมะด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว เราจะสัมผัส " การรู้ " ได้ยากยิ่ง

39. ความสับสนในชีวิดมันเกิด ควรหาที่ยึดเหนี่ยวให้จิตใจได้พักเสียบ้าง

40. เรื่องของชีวิต มันมีจังหวะที่ต้องรอคอยอยู่บ้าง จะเรียกร้องให้มันได้ดั่งใจเสมอไปได้อย่างไร
ความจริงใจ หากถูกแปลเป็นแง่ลบแล้ว ใครยังอยากจะกล้าจริงใจให้อีก


41. เพราะความอยาก.......มันถึงได้วุ่นวายกันเพียงนี้

42. ไม่ใช่ว่า ห้ามโกรธ แต่ให้รู้ว่าโกรธ ไม่ใช่แสดงความโกรธแต่ให้พูดออกมาว่าโกรธ

43. จิตและอารมณ์เป็นของแท้ ความคิด คือ ตัวปรุง

44. หากเชื่อว่า "การบ่น จะทำให้ลูกนิสัยดีขึ้นก็น่าจะลองดู ในเมื่อความเป็นจริงนั้น " การบ่น " มักจะยิ่งทำให้ลูกแย่ลงมากกว่าเดิมเสียอีก

45. ใครเขาจะเป็นอย่างไรก็ช่าง มันอยู่ที่.........เรารู้สึกอย่างไรด้วยต่างหาก

46. หากพ่อแม่คาดหวัง อยากจะให้ลูกเป็นคนดีนั้น พ่อแม่ต้องช่วยให้ลูกเป็นคนดีด้วย ( อย่าเพียงแต่หวัง )

47. พ่อแม่ หากมีความรักลูกมากไปแล้ว ก็ยากที่จะสอนวินัยให้กับลูกได้ดี

48. การเข้าใจคนอื่นได้ เป็นเรื่องที่ดี การเข้าใจตนเองได้ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่แย่ และก่อให้เกิดทุกข์ได้มากก็ คือรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเราเลย

49. กังวล เกินกว่าเหตุ... เชื่อมั่น มากเกินไป...
ล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องรู้จักตนเองอยู่เสมอ

50. การเร่งแก้ปัญหา โดยรีบคิดให้ตกทันที จะยิ่งสร้างปัญหาทางอารมณ์ได้มากยิ่งขึ้น

....................
http://www.somdet.com/

Cradit By:           โดยคุณ : สายลม

edit @ 26 Oct 2007 08:42:16 by BkkKunG

~:...คาถามัดใจสาวๆ...:~

posted on 25 Oct 2007 18:03 by bkkkung

 เค้าว่า ถ้าไม่เอาด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ถ้าไม่เอาด้วยมนต์ ก็ต้องเอาด้วยคาถา.....โอม!!!!!!!เพี้ยง

อิอิ....เดี๋ยวจะลองเอาไปใช้ดูมั่งดีกว่า...แต่ใครจะเอาไปใช้ก็ เอาไปลองดูนะ...

  มีคาถา(เวทย์มนต์)ตางเหนือ "หุมสาว" หรือ "สาวหุม" ก็ไม่รู้นะ....


บทแรก


"โอมจ่ะโล โผขึ้นจาน กานขึ้นเติ๋น เปิดป่ะตู๋ดังแอ้ว
สะแว้วตี๋นสุด มุดเข้าสะลี จ่ะลี่ ๆ เข้าไปนอน"


บทที่สอง

"อมคันนาใหญ่ อมไต้เงินยาว อมสาวหุมติด
อมขะลีกตึกตั๊ก เงินนักสาวหุม"

บทที่สาม

"โอมสีสี มหาสีสี สีหน้ากูงามเพียงดั่งจันทร์
ฟันกูงามดั่งพระแมน แขนกูงามดั่งพระพรหม
ผมกูงามดั่งพระอินทร์ สาวหันกูก็หื้อฮัก
ลูกยังตักหันกูก็พอลืมแม่ สาวแก่หันกูก็พอลืมผัว
แมงพู่ตัวองอาจ หันกูก็พอลืมเข้ากอไม้
เอกํสมยํ สพยํ สาวหุมติด"


บทที่สี่

"โอมทิพยาธร ตนอยู่ฟ้า แกว่นกล้าปราบชมพู
กูจักปากฮอดไผบ่ได้ เปรียบดั่งเปลวแดดไหม้
หื้อร้อนใจเขา โอมสาวหุมติด
สเสมิ วาริตัง วยมัณฑลัง ปิยอิตถี หทยัง จิตตัง วรุตติ"

 

      ปล.    ******หมายเหตุ ท่อง 3 จบ ก่อนไปจีบสาวเน่อ********
               (ยังไม่เคยลองใช้เลย แต่ปู่เคยบอกว่าคาถาพวกนี้ใช้ได้จริงนะเออ... เดี๋ยวไปลองดูละกัน)

 Cradit by
โดย : ซาอากิก
http://www.baanjomyut.com/cgi-bin/boardjomyut/show.pl?forum=1&topic=0171 

    มิน่าล่ะ บางที ทำไมคุยโทรศัพท์แล้วมันรู้สึกเบื่อๆยังไงชอบกลก็ไม่รู้. ทั้งๆที่อุตส่าห์ตั้งใจคุยแล้วนา...

 ในที่สุดผมก็ไปหาอ่านเอาจนได้....กว่าจะเจอนะเนี่ย ขออุนญาติแอบยกมาลงละกัน....

( เดี๋ยวเอาไปลองดูมั่งดีกว่า )


 กลยุทธมือถือมัดใจสาว


วิธีการคุยโทรศัพท์มือถือเพื่อมัดใจสาว(นำไปประยุกต์ใช้กับMSNก็ได้นะขอรับ) : สือจือเซียน


1. ห้ามคุยนานกว่า 30 นาทีเป็นอันขาด
- การโทรคุยกับสาวๆ นั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือการชวนเธอออกเดท ไม่ใช่ไปสนทนาปัญหาบ้านเมือง คุณนั้นมีเวลาคุยอีกเต็มที่เมื่อคุณออกเดทกับเธอ

2. ถือโอกาสวางสายในขณะที่การคุยกําลังสนุก
- คุณผู้ชายหลายต่อหลายคนได้ทําผิดพลาดอย่างมากในข้อนี้ คุณอาจจะคิดว่าถ้าทําให้เธอคุยกับคุณนานๆ ได้ เธอจะหันมาชอบคุณ คุณอาจไม่เคยวางสายในขณะที่การสนทนาเป็นไปอย่างสนุกสนานออกรสชาติ แถมยังดั้นด้นคุยมันต่อไป 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง จนในที่สุดก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว แต่ก็ยังไม่วางสาย จนกระทั่งในที่สุดเธอก็เบื่อคุณ (เห็นใหมล่ะ) สิ่งที่ต้องทำก็คือคุณต้องวางสายทุกครั้งที่คิดว่าการสนทนากําลังเป็นไปอย่างสนุก เรียกว่าเมื่อถึง "จุดสุดยอด" เมื่อไหร่ คุณต้องวางทันที มันจะทําให้เธอคิดถึงคุณ คิดถึงบทสนทนาที่ดี ระหว่างคุณและเธอ และพอครั้งต่อไปที่คุณโทรไปหา คุณจะรู้สึกได้เลยว่าเสียงเธอนั้นดีใจมากเวลาที่คุณโทรมา

3. ขออนุญาตเธอวางสายก่อนทุกครั้ง
- อย่ารอให้สาวของคุณเป็นคนขอวางสายก่อน คุณต้องบอกเธอก่อนทุกครั้ง!! โดยที่คุณจะต้องทําตัวให้ท้าทาย ทําเหมือนว่าคุณมีสิ่งที่สําคัญกว่าเธอรอคุณอยู่ ทําให้เหมือนกับว่าคุณนั้นชอบที่จะคุยกับเธอแต่ถ้าไม่ได้คุยคุณก็ไม่แคร์!!!

4. ห้ามโทรหาเธอทุกวัน ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
- เคยได้ยินมาหลายครั้งหลายหนเหลือเกินว่า เวลาจะคุยโทรศัพท์จีบสาวนั้น ให้โทรไปทุกวัน โทรไปเรื่อยๆ บอกเธอไปว่าคิดถึงอย่างโน้นอย่างนี้ เพราะเดี๋ยวเธอก็ใจอ่อนเอง คุณกำลังคิดผิดถนัด!!! ผู้หญิงนั้นถ้าเธอชอบเราไม่ว่าเราจะโทรไปทุกวันหรือไม่โทรหาเธอ เธอก็ยังชอบคุณอยู่ดี การที่ไม่โทรไปหาเธอบ้างจะทําให้เธอกระวนกระวายใจและคิดถึงคุณมากยิ่งขึ้น แต่คุณลองคิดดูถ้าเธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะชอบคุณหรือไม่ แต่คุณโทรไปหาเธอทุกวันๆๆๆ คุณนั้น
กําลังบอกเธอเลยว่าความสุขทั้งหมดของคุณขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว คุณไม่ได้เป็นสิ่งที่ท้าทาย
เลยสําหรับเธอ เธอรู้ได้ทันทีว่าคุณเป็นลูกไก่ในกํามือ โทรไปวันเว้นสองวันบ้าง บางครั้ง
ก็ 3-4 วันครั้ง มันจะทําให้เธอรู้ว่าคุณมีชีวิตเป็นของตัวเอง

5. คุยเรื่องความรู้สึก คุยเรื่องความคิดของเธอบ้าง
- อย่ามัวแต่คุยเรื่องทั่วไป เช่น ทําอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน วันนี้กินข้าวกับอะไร วันนี้ไปไหน ช้อปปิ้งมาเหรอ ซื้ออะไรมา การคุยแบบนี้ใครก็คุยกับเธอได้และคุณจะทําให้เธอเบื่อ!!! การคุยเรื่องทั่วไปนั้นเราจะคุยเฉพาะตอนแรกๆ ที่เราโทรไปเท่านั้น จากนั้นคุณต้องคุยเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึกเธอ ความคิดของเธอ ถามเธอว่าเธอคิดยังไง รู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ เรื่องนั้น จากนั้นก็ให้เธอเผยตัวตนของเธอออกมา ให้เธอเปิดใจกับคุณมากขึ้น และที่สําคัญคืออย่าคุยเรื่องที่มันเครียด หาเรื่องที่คุยแล้วทำให้เธอรู้สึกว่าสบายใจ แล้วเธอจะรู้สึกไว้ใจคุณ ยามที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจอะไร เธอจะคิดถึงคุณก่อนเป็นคนแรก และเป็นฝ่ายโทรไปหาคุณเอง จากนั้นค่อยสร้างสัมพันธ์แล้วค่อยขอเธอเป็นแฟน แต่ขอฝากไว้หน่อยนะไม่ใช่โทรคุยกันครั้งแรกก็ขอเป็นแฟนเลย วัยรุ่นอย่าใจร้อน เพราะสิ่งไหนที่ได้มาง่ายก็ไปง่ายได้เช่นเดียวกัน เดี๋ยวได้น้ำตาตก


โดย : เทพอาถรรย์สือจือเซียน

Cradit by

http://www.baanjomyut.com/cgi-bin/boardjomyut/show.pl?forum=1&topic=0171